Effective Grievance and Remedy Mechanisms under UNGPs
กลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิผล ตามหลักการชี้แนะ UNGPs
ในยุคที่ สิทธิมนุษยชนคือมาตรฐานใหม่ของความยั่งยืนทางธุรกิจ คำถามสำคัญคือ…
องค์กรของคุณมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิผลแล้วหรือยัง?
ปัจจุบันลูกค้าและนักลงทุนต่างคาดหวังให้บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นด้านสิทธิมุนษยชน เช่น การใช้แรงงานเด็ก แรงงานทาสยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยตอบรับความคาดหวังดังกล่าวด้วยออกแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGPs) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
แรงกดดันทางสังคมยิ่งปรากฏชัดเมื่อหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ได้ออกมาตรการภาคบังคับด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงร่างกฏหมายการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยืนของสหภาพยุโรป (Corporate Sustainability Due Diligence Directive) ที่อยู่ในระหว่างรอการอนุมัติ ซึ่งเมื่อมีผลบังคับใช้จะนำไปสู่การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมดที่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในสหภาพยุโรป เป็นต้น
หลักสูตร “กลไกรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิผล ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (Effective Grievance and Remedy Mechanisms under the United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights) จึงเป็นหลักสูตรที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับบุคลากรในภาคธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติการในการออกแบบและบังคับใช้ ‘กลไกรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิผล’ (effective grievance mechanisms) และ ‘กลไกเยียวยาที่มีประสิทธิผล’ (effective remedy) ตามหลักการชี้แนะ UNGPs
ไฮไลต์หลักสูตร
- แนวโน้มธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และหลักการชี้แนะ UNGPs
- การเข้าถึงการเยียวยาและกลไกการรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่ใช่รัฐ
- กลไกร้องเรียนที่มีประสิทธิผล (effective grievance mechanism) ตามหลัก UNGPs
- แนวทางและความท้าทายในการพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียนที่มีประสิทธิผล
- ที่มาและความสำคัญของ กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (restorative justice) และพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพ.ศ. 2562
- ระดมสมองและทำกิจกรรมกลุ่มผ่านกรณีศึกษา
- โอกาสสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจระหว่างบริษัท
รายละเอียดการอบรม
- การอบรมจะจัดขึ้นในรูปแบบภาษาไทย และใช้ระยะเวลาต่อเนื่อง 2 วันเต็ม
- กำหนดค่าลงทะเบียนที่ 13,500 บาท/ท่าน โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมขั้นต่ำ 15 ท่าน/ครั้ง
- ผู้สำเร็จหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตร (certificate of completion)
เนื่องจากการอบรมจัดนี้จัดขึ้นภายในองค์กร ทางเราจึงใคร่ขอให้องค์กรของท่านจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการอบรม ดังนี้
- สถานที่สำหรับการจัดอบรม พร้อมเครื่องฉาย LCD projector, ลำโพงและสายต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ 1 ชุด, คลิกเกอร์, และไมโครโฟน 2 ตัว
- อุปกรณ์ประจำกลุ่ม จำนวน 4 ชุด ได้แก่ flipchart (พร้อมขาตั้งหรือจุดที่เหมาะแก่การนำเสนอ flipchart), กระดาษ Post-it คละสี, ปากกาเคมี/ปากกาเมจิก
- อาหารและเครื่องดื่ม (รวมเบรกเช้า-บ่าย และอาหารกลางวัน) สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากร
สิ่งที่ทาง บริษัท ป่าสาละ จำกัด จัดเตรียมให้
- เอกสารประกอบการอบรม
- ประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรทุกท่าน (รูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
วิทยากร
คุณสฤณี อาชวานันทกุล

คุณสฤณี เป็นหนึ่งในนักวิจัยที่ริเริ่มโครงการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยโครงการแรกร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการจัดทำคู่มือการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา คุณสฤณีดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนหลากหลายโครงการให้กับบริษัทจดทะเบียน และบริษัทขนาดใหญ่ต่างๆ ของประเทศไทย ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พลังงาน และอาหาร เป็นต้น รวมถึงจัดอบรมเกี่ยวกับธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ให้กับบุคลากรในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 500 ราย
คุณประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์

คุณประกายรัตน์ เป็นอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและหนึ่งในผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนและผลักดันหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) ในประเทศไทย ปัจจุบันคุณประกายรัตน์เป็นประธานมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส) ดำเนินการอบรมในหัวข้อ การระงับข้อพิพาททางเลือก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ การไกล่เกลี่ยประนีประนอม และการเจรจา โดยได้ดำเนินการอบรมบุคลากรในองค์กรภาครัฐและเอกชนในหัวข้อเหล่านี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย