ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทว่าเงินทุนเกือบทั้งหมดกลับไหลสู่การรับมือด้านสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก ขณะที่ประเด็นด้านธรรมชาติและความครอบคลุมทางสังคมยังไม่ได้ถูกบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ใช้กำกับและชี้นำเงินทุนเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ทั้งใน Thailand Taxonomy (มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กำหนดว่ากิจกรรมใดเข้าข่ายเป็นกิจกรรมสีเขียวหรือยั่งยืน) ตลอดจนกรอบการออกพันธบัตรและการรายงานข้อมูล
โครงการภายใต้การสนับสนุนของ Thailand-UK PACT นำโดย ZSL Thailand ร่วมมือกับ บริษัท ป่าสาละ จำกัด (“ป่าสาละ”) จึงได้พัฒนาเครื่องมือเชิงปฏิบัติให้แก่หน่วยงานกำกับดูแลของไทย ธนาคาร และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้ภาคการเงินสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวทางดังกล่าวได้
โครงการนี้นำเสนอ 3 องค์ความรู้ ได้แก่
1. รายงานข้อเสนอแนะต่อ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2
2. แนวทางการจัดทำพันธบัตรเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
3. การออกแบบพันธบัตรเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
ความท้าทาย: ระบบนิเวศด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นเรื่องสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อธรรมชาติหรือผู้คน ส่งผลให้ภาคส่วนทางเศรษฐกิจและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดถูกมองข้าม
- อุปสรรคสำคัญ 3 ประการ ที่พบในช่วงเริ่มต้นโครงการ ได้แก่
ความเข้าใจที่จำกัดเกี่ยวกับ ‘ธรรมชาติเชิงบวก’ (nature-positive) และ ‘ความครอบคลุมทางสังคม’ (social inclusion) ว่ามีความหมายอย่างไรเมื่อนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในทางปฏิบัติ - ความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน กลุ่มอนุรักษ์ และชุมชนยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ในการร่วมกันพัฒนาโครงการที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้จริง
- ยังไม่มีกรณีตัวอย่างเชิงปฏิบัติจากประเทศไทย ที่สามารถนำมาใช้เป็นต้นแบบได้
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งแทรกซึมอยู่ในอุปสรรคทุกด้าน นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำที่ยังคงมีอยู่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ของผู้หญิง คนพิการ แรงงานข้ามชาติ และชุมชนชาติพันธุ์
แนวทางการดำเนินงาน
ZSL และป่าสาละทำงานร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยดำเนินงานผ่านแนวทาง 4 ด้าน ได้แก่
- เสริมสร้างศักยภาพและสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ร่วมกัน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ 2 ครั้ง
- ยกระดับหลักเกณฑ์ ด้วยการจัดทำเกณฑ์อ้างอิง การวิเคราะห์ช่องว่าง (gap analysis) และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนา Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 รวมถึงการจัดทำรายการตรวจสอบเชิงปฏิบัติ “ลดผลกระทบเชิงลบ / สร้างผลกระทบเชิงบวกให้มากขึ้น” (Do Less Harm / Do More Good)
- ทดสอบแนวคิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านการออกแบบตราสาร โดยจัดทำ พันธบัตรเพื่อผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน (Mangrove Restoration Outcomes Bond) ซึ่งเป็นตราสารรูปแบบใหม่สำหรับประเทศไทย โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นอิสระ ตราสารนี้ต่อยอดจากงานฟื้นฟูป่าชายเลนในวงกว้างของ ZSL และรูปแบบ Rhino Bond และได้นำโครงสร้างดังกล่าวไปทดสอบร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- เผยแพร่องค์ความรู้ ผ่านชุดผลงานที่เปิดให้เข้าถึงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ซ้ำได้ รวมถึงการจัดสัมมนาออนไลน์ระดับชาติเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน
ตลอดการดำเนินโครงการ หลักความเท่าเทียมทางเพศ ความพิการ และความครอบคลุมทางสังคม (GEDSI) ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในผลงานทุกชิ้นของโครงการ ตั้งแต่เกณฑ์การคัดกรอง Taxonomy ไปจนถึงตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ของตราสารหนี้ โดยกำหนดให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันตลอดทั้งโครงการ
โครงการนี้มีผลงานทั้งหมด 3 ฉบับ ซึ่งเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดได้ ดังนี้
1. Strengthening Thailand’s Taxonomy Phase II
ข้อเสนอแนะต่อ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 เพื่อสนับสนุนกรอบการจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำหนดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านที่มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน รายงานฉบับนี้ทำการเปรียบเทียบ Thailand Taxonomy กับระบบของสหภาพยุโรป (EU) และอาเซียน (ASEAN) โดยระบุจุดที่ระยะที่ 2 ยังคงขาดการวัดผลลัพธ์ด้านธรรมชาติและสังคมที่ชัดเจน พร้อมจัดทำแบบตรวจสอบ “ลดผลกระทบเชิงลบ / เพิ่มผลประโยชน์เชิงบวก” ที่สถาบันการเงินสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อจำแนกตราสารหนี้ที่ส่งเสริมผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง
2. A Nature-Positive and Socially Inclusive Transition Bond Toolkit
แนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับการแปลงเป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านให้เป็นตราสารทางการเงินที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้ คู่มือนี้จะประกอบไปด้วย แผนภูมิการตัดสินใจเลือกประเภทตราสารทางการเงิน (instrument decision tree) ขั้นตอนการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก (KPIs) ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสังคมที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้ ไม่ว่าจะเลือกใช้ตราสารประเภทใด รวมถึงกรณีศึกษาทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ
3. A Nature-Positive and Socially Inclusive Transition Bond Design
รายละเอียดการออกแบบ Mangrove Restoration Outcomes Bond ฉบับสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยสำหรับตราสารประเภทนี้ เอกสารฉบับนี้นำเสนอกรอบตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักที่ครอบคลุมทั้ง ผลลัพธ์ด้านระบบนิเวศและผลลัพธ์ทางสังคม โดยมีตัวชี้วัดบางส่วนที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการจ่ายผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน รวมถึงผลการตรวจสอบความเหมาะสมของโครงสร้างตราสารจากการนำไปทดสอบร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ดาวน์โหลดเอกสารทั้งหมดได้ทาง ZSL