คำว่า ‘สีเขียว’ หรือ ‘ยั่งยืน’ อาจเป็นคำที่บริษัทหรือโครงการใหญ่นำไปใช้อย่างไรก็ได้หากไม่มีการกำหนดเกณฑ์ร่วมกัน นั่นจึงเป็นที่มาของ Taxonomy หรือมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทยเองก็มีมาตรฐานนี้เป็นของตัวเองเช่นกันในชื่อว่า Thailand Taxonomy ใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรเพื่อบอกว่ากิจกรรมไหนมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดก๊าซเรือนกระจก (สีเขียว) กิจกรรมไหนอยู่ในระหว่างปรับตัว (สีเหลือง) และกิจกรรมไหนไม่เข้าเกณฑ์ (สีแดง) ซึ่งล่าสุด Thailand Taxonomy ได้ดำเนินการมาจนถึงเวอร์ชั่นที่ 2 แล้ว

เราขอพาไปรู้จักกับ Thailand Taxonomy พร้อมเปรียบเทียบกับ ASEAN Taxonomy และ EU Taxonomy ในแง่กรอบด้านสิ่งแวดล้อมและกลไกการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เห็นว่ามาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในจุดไหน และสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

 

Thailand Taxonomy คืออะไร?

Thailand Taxonomy คือ มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย จัดทำขึ้นโดยคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน

Thailand Taxonomy กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 6 ด้าน คือ การลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อภาวะโลกรวน การใช้น้ำอย่างยั่งยืนและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การป้องกันและควบคุมมลพิษ และการรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้สมบูรณ์

Thailand Taxonomy ในเวอร์ชั่นที่ 2 ได้รับการปรับปรุงให้ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีเพียงภาคพลังงานและภาคขนส่ง เพิ่มขึ้นอีก 4 ภาคเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคการจัดการของเสีย โดยจะจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร ยกเว้นภาคเกษตรกรรมที่ใช้แนวอ้างอิงตามแนวทางปฏิบัติ (practice-based approach) เพราะไม่สามารถวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยตรง

เป้าหมายของการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีขึ้นเพื่อบอกว่า กิจกรรมใดบ้างที่มีส่วนช่วยหรือสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สำหรับ Thailand Taxonomy จะใช้ระบบสัญญาณไฟจราจร แบ่งออกเป็น สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ซึ่งนักลงทุน บริษัท ธนาคาร และหน่วยงานรัฐ/ผู้กำกับดูแล สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ได้ เช่น ประเมินผลกระทบของโครงการ ปรับพอร์ตการลงทุน ใช้อ้างอิงในการกำหนดนโยบาย

ระบบสัญญาณไฟจราจร มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

สีเขียว: กิจกรรมที่ยั่งยืน เช่น มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใกล้เคียงศูนย์ (การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์หรือลม) หรือมีการวางแผนที่ชัดเจนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero)

สีเหลือง: กิจกรรมที่ยังปล่อยก๊าซค่อนข้างมาก แต่มีแนวทางลดผลกระทบและกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน

สีแดง: กิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับเส้นทางสู่ Net Zero และไม่สามารถปรับให้สอดคล้องได้ ควรทยอยยุติ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

Thailand Taxonomy ยังประกอบด้วยอีก 2 เกณฑ์การประเมินสำคัญ นั่นคือ 1) หลักการไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ (Do No Significant Harm: DNSH) ที่บอกว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายสิ่งแวดล้อมในด้านหนึ่ง จะต้องไม่ก่อความเสียหายต่อเป้าหมายสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ และ 2) การป้องกันผลกระทบทางสังคม (Minimum Social Safeguards: MSS) เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ละเลยผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมหรือโครงการ เช่น ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน

นอกจากนี้ คณะทำงานยังออกแบบให้ Thailand Taxonomy เป็นเอกสารที่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ (living document) หมายความว่า มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจนี้สามารถแก้ไขรายละเอียดได้ หากมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือมีข้อมูลใหม่ โดยจะมีการทบทวนทุกๆ 3-5 ปี

 

เปรียบเทียบเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของ Thailand Taxonomy, ASEAN Taxonomy, และ EU Taxonomy

การเปรียบเทียบ Thailand Taxonomy กับกรอบในระดับสากลเช่น EU Taxonomy (สหภาพยุโรป) และกรอบในระดับภูมิภาค ASEAN Taxonomy (อาเซียน) จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ไทยรับหลักการไหนมาใช้ ปรับให้เข้ากับบริบทไทยอย่างไร และยังมีช่องว่างตรงไหน

Thailand Taxonomy และ EU Taxonomy ระบุวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศไว้เหมือนกันทั้งหมด 6 ข้อ ได้แก่

  1. การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  3. การใช้และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำ
  4. การคุ้มครองและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ
  5. การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
  6. การป้องกันและควบคุมมลพิษ

ด้าน ASEAN Taxonomy ระบุเป้าหมายไว้ 4 ข้อ ได้แก่

  1. การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  3. การคุ้มครองระบบนิเวศที่สมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ
  4. การส่งเสริมความยืดหยุ่นของทรัพยากรและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ถึงแม้ว่าอาเซียนจะมีจำนวนเป้าหมายน้อยกว่า แต่ก็รวมบางเรื่องไว้ในเป้าหมายที่กว้างกว่า เช่น หลักการด้านการป้องกันและควบคุมมลพิษ ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความยืดหยุ่นของทรัพยากรและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน การมีเป้าหมายน้อยกว่าจึงไม่ได้แปลว่าละเลยประเด็นสิ่งแวดล้อมในบางด้านไป

 

เปรียบเทียบกรอบด้านสิ่งแวดล้อมและกลไกการจัดกลุ่มกิจกรรมของแต่ละ Taxonomy

Thailand Taxonomy ใช้เกณฑ์คัดกรองทางเทคนิค (Technical Screening Criteria: TSC) ซึ่งเป็นมาตรฐานเชิงวิทยาศาสตร์ที่ใช้เป็นไม้บรรทัดวัด ร่วมกับระบบสัญญาณไฟจราจร เพื่อแบ่งกิจกรรมเป็นสีเขียว สีเหลือง และสีแดง และการคำนึงถึงหลัก DNSH และ MSS ทว่ากิจกรรมที่ยังไม่สอดคล้องกับ DNSH อาจจัดเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองได้ หากจัดทำแผนเยียวยาภายในกรอบเวลา 3 ปี แต่ Thailand Taxonomy ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย ทำขึ้นโดยคาดหวังให้บริษัท สถาบันการเงิน นักลงทุน และหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้อ้างอิง

EU Taxonomy ใช้เกณฑ์คัดกรองทางเทคนิคเช่นกัน โดยพิจารณาว่ากิจกรรมมีส่วนต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างน้อยหนึ่งข้อหรือไม่ รวมถึงคำนึงถึงหลัก DNSH และ MSS และผ่าน TSC ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูล ผลประเมินจึงเน้นว่ากิจกรรม ‘เข้าเกณฑ์’ (eligible) หรือ ‘สอดคล้องกับเกณฑ์’ (aligned) มากกว่าการใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรแบบ Thailand Taxonomy โดยตรง การไม่ผ่าน DNSH จึงหมายถึงกิจกรรมนั้นๆ ไม่ผ่านเกณฑ์ตามไปด้วย

EU Taxonomy คาดหวังให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป บริษัทขนาดใหญ่ และนักลงทุนนำไปใช้ อีกทั้งยังกำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่หรือบริษัทจดทะเบียนบางกลุ่มต้องเปิดเผยความสอดคล้องของกิจกรรมกับ EU Taxonomy ในรายงานประจำปี

ASEAN Taxonomy ออกแบบให้มีสองระดับเพื่อรองรับความพร้อมที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกและผู้ใช้ ระดับแรกคือ Foundation Framework ใช้เป็นแนวทางประเมินตามหลักการและคำถามเชิงคุณภาพ ระดับที่สองคือ Plus Standard ใช้ TSC ที่มีรายละเอียดมากขึ้น ทั้งเกณฑ์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และคำนึงถึงหลัก DNSH และ MSS อาเซียนยังใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรคล้ายกับ Thailand Taxonomy แต่กิจกรรมที่ไม่ผ่าน DNSH อาจอยู่ในกลุ่มสีเหลืองได้ หากมีมาตรการแก้ไขเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และจัดทำแผนเยียวยาภายในกรอบเวลา 5 ปี

เช่นเดียวกับไทย ASEAN Taxonomy เป็นมาตรฐานที่ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย จัดทำขึ้นโดยคาดหวังให้หน่วยงานรัฐ บริษัท และนักลงทุนในอาเซียนนำไปใช้เป็นแนวทางอ้างอิง

 

Taxonomy ที่สร้างประโยชน์ให้ธรรมชาติและสังคมได้มากขึ้น

ในปัจจุบัน ทั้ง Thailand Taxonomy, ASEAN Taxonomy, และ EU Taxonomy ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญในการส่งเสริมประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ และการสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง งานวิจัย ‘Strengthening Thailand’s Taxonomy Phase II’ โดย ZSL Thailand ร่วมมือกับ บริษัท ป่าสาละ จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของ Thailand-UK PACT เสนอว่า Thailand Taxonomy ควรพัฒนาเกณฑ์ที่ใช้วัดผลด้านการฟื้นฟูธรรมชาติ และเกณฑ์ด้านสังคมให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ และมีผู้กำกับดูแล โดยมีข้อเสนอ เช่น

ด้านการสร้างผลประโยชน์เชิงสุทธิให้แก่ธรรมชาติ (nature-positive)

  • ปรับปรุงเกณฑ์ TSC ให้มีตัวชี้วัดผลลัพธ์เชิงบวกที่วัดได้ เช่น กำหนดให้ระบุพื้นที่และสภาพธรรมชาติตั้งต้น เป้าหมายการฟื้นฟู วิธีวัดผล และช่วงเวลาติดตาม
  • ปรับปรุง MSS ให้เชื่อมกับกรอบด้านธรรมชาติ เช่น คำนึงเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นของชุมชนโดยรอบ
  • กำหนด KPI และหลักฐานการติดตามผล เช่น ข้อมูลสำรวจ ภาพถ่าย หรือแผนที่
  • ตั้งกลไกกำกับดูแล ที่มีหน่วยงานการเงินและสิ่งแวดล้อม ภาคประชาสังคม และนักวิชาการร่วมดูแลการปรับปรุงและการบังคับใช้เกณฑ์

ด้านการสร้างสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (socially inclusive)

  • เพิ่มหลักการความเท่าเทียมทางเพศ ความพิการ และการมีส่วนร่วมทางสังคม (Gender Equality, Disability, and Social Inclusion: GEDSI) ใน MSS ที่อ้างอิงกฎหมายไทยและมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การออกแบบสถานที่หรือโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคนพิการ และการไม่ละเลยสิทธิชนพื้นเมือง
  • เพิ่มเกณฑ์ด้าน GEDSI ที่วัดผลได้ใน TSC เช่น ตัวชี้วัดการจ้างงานและค่าจ้างที่แยกตามเพศ การเข้าถึงของคนพิการ และการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
  • สร้างกลไกกำกับและรับผิดชอบ พร้อมการเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบอิสระ ช่องทางร้องเรียนและเยียวยา และมาตรการเมื่อไม่ปฏิบัติตาม
  • พิจารณาให้กิจกรรมเศรษฐกิจการดูแล (care economy) เข้าเกณฑ์กิจกรรมที่มีสิทธิได้รับเงินทุน เช่น สถานดูแลที่ใช้พลังงานหมุนเวียน

 

อ้างอิงจากงานวิจัย ‘Strengthening Thailand’s Taxonomy Phase II’ โดย ZSL Thailand ร่วมมือกับ บริษัท ป่าสาละ จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของ Thailand-UK PACT

อ่านงานวิจัยแบบเต็มๆ ได้ที่: Sal Forest